เทคนิคการหาคอร์ดจากกุญแจเสียง

ผมจะแนะนำวิธีการหาชื่อกุญแจเสียงเมเจอร์ในทั้งทางชาร์ป และทางแฟล็ต
ทางชาร์พ หาชาร์ปตัวสุดท้ายของกุญแจเสียงนั้นๆ แล้วนับขึ้นไป 1 เสียง ก็จะได้ชื่อกุญแจเสียง เช่น
ชาร์ปตัวสุดท้ายคือ G นับขึ้นไป 1 เสียง เป็น A จะได้ชื่อกุญแจเสียง คือ A เมเจอร์
แนะนำซักนิดนะครับว่า ตัวชาร์ป # ที่อยู่ที่ G นั้น ให้นับเป็น G ตรงๆ ไม่ใช่ G# นะครับ และการนับขึ้นไป
1 เสียง ก็ต้องนับจาก G ไป G# คือครึ่งเสียง และต่ออีกครึ่งเสียงก็คือ A จึงนับเป็น 1 เสียงเต็ม
ลองอีกสักตัวอย่างนะครับ
ชาร์ปตัวสุดท้ายคือ B นับขึ้นไป 1 เสียง เป็น C# จะได้ชื่อกุญแจเสียง คือ C# เมเจอร์
วิธีคิดก็เหมือนเดิมครับ คือ จาก B ไป C คือครึ่งเสียง และจาก C ไป C# อีกครึ่งเสียง เป็น 1 เสียง ก็จะได้
กุญแจเสียงเป็น C# เมเจอร์ครับ
ทางแฟล็ต ทีนี้มาลองหาทางแฟล็ตดูบ้างนะครับ เราดูจากแฟล็ตตัวรองสุดท้ายของกุญแจเสียงนั้นๆ
ก็จะได้ชื่อกุญแจเสียงเลยครับ ( แต่ ยกเว้นกุญแจเสียง F เมเจอร์นะครับ เพราะมีแค่ 1 แฟล็ต )
มาลองดูตัวอย่างกันนะครับ
แฟล็ตตัวรองสุดท้ายคือ Ab ก็จะได้ชื่อกุญแจเสียง คือ Ab เมเจอร์เลยครับ
สังเกตไหมครับว่าทำไมตัวที่ติดชาร์ปไม่ให้นับชาร์ป แต่ตัวติดแฟล็ตให้นับแฟล็ตไปเลย ก็เพราะตัวที่
ติดชาร์ปนั้นต้องนับขึ้นไป 1 เสียง หากต้องนับชาร์ปในตำแหน่งที่เป็น B หรือ E มันก็จะเป็นไปไม่ได้ไงครับ
แต่สำหรับแฟล็ตนั้นไม่ต้องนับขึ้นหรือนับลง เพราะมันตรงตัวอยู่แล้วจึงนับเป็นแฟล็ตไปเลยครับ
อีกตัวอย่างนึงครับ ตัวรองสุดท้ายคือ Eb ก็จะได้กุญแจเสียง Eb เมเจอร์ครับ
ทีนี้ลองดูทั้งหมดนะครับ
C เมเจอร์ ไม่มีชาร์ปไม่มีแฟล็ต
G เมเจอร์ F เมเจอร์ ( ไม่มีตัวรองสุดท้าย เพราะมีตัวเดียว )
D เมเจอร์ Bb เมเจอร์
A เมเจอร์ Eb เมเจอร์
E เมเจอร์ Ab เมเจอร์
B เมเจอร์ Db เมเจอร์
F# เมเจอร์ Gb เมเจอร์
C# เมเจอร์ Cb เมเจอร์
แม้ว่ากุญแจบางตัวในทางปฏิบัติอาจใช้ร่วมกันได้ เช่น F# กับ Gb หรือ C# กับ Db
แต่ในทางทฤษฏีดนตรีแล้ว ถือว่าเป็นคนละคอร์ดกันนะครับ ( แต่อย่าไปซีเรียส )
หวังว่าเพื่อนๆ คงได้ประโยชน์จากเทคนิคการอ่านกุญแจเสียงนี้นะครับ..... |